คุณเคยรู้สึกไหมว่า “ทำไมเงินเก็บที่มีอยู่ถึงไม่โตสักที?” หรือ “กลัวว่าวันหนึ่งเงินจะหายวับไปกับตา?” ถ้าคำตอบคือ “ใช่” แสดงว่าคุณอาจกำลัง “ใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง
ทำไมต้องลงทุนมากกว่าหนึ่งสินทรัพย์?
การลงทุนในสินทรัพย์เดียว เช่น หุ้นตัวเดียว หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว เปรียบเสมือนการเดินทางด้วยรถยนต์คันเดียว หากรถเสีย คุณจะไปต่อไม่ได้ แต่ถ้าคุณมีทั้งรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน คุณก็ยังสามารถเดินทางถึงจุดหมายได้ การลงทุนก็เช่นกัน การกระจายการลงทุนช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
3 เหตุผลสำคัญที่ต้องกระจายการลงทุน:
- ลดความเสี่ยง:
- สินทรัพย์แต่ละประเภทมีความผันผวนแตกต่างกัน การกระจายการลงทุนช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
- เปรียบเสมือนการไม่ใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าเดียว หากตะกร้าใบนั้นตกแตก ไข่ทั้งหมดก็จะเสียหาย
- เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน:
- ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไม่ดี ตลาดพันธบัตรหรืออสังหาริมทรัพย์อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
- การกระจายการลงทุนช่วยให้คุณมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากตลาดที่หลากหลาย
- ปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมาย:
- นักลงทุนแต่ละคนมีเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้แตกต่างกัน
- การกระจายการลงทุนช่วยให้คุณสามารถปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงของตนเองได้
เมื่อไหร่ถึงรู้ว่าควรสับเปลี่ยนการลงทุน?
- เมื่อเป้าหมายการลงทุนเปลี่ยนไป (เช่น ใกล้เกษียณ ต้องการความเสี่ยงต่ำลง)
- เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนไป (เช่น ดอกเบี้ยขึ้น-ลง, เงินเฟ้อสูง)
- เมื่อสินทรัพย์บางตัวมีผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาด หรือมีความเสี่ยงสูงเกินไป
กรณีศึกษา: คุณสมศรี นักลงทุนวัย 40 ปี
คุณสมศรีเป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีเงินเดือนประจำ และต้องการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณอายุอย่างมีความสุข เธอตั้งเป้าหมายที่จะมีเงินเก็บ 10 ล้านบาท ภายใน 20 ปี เธอยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง และต้องการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
การจัดสรรเงินลงทุนของ คุณสมศรี:
- หุ้น (40%):
- ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นไทย (20%)
- ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ (20%)
- พันธบัตร (30%):
- ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล (15%)
- ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ (15%)
- อสังหาริมทรัพย์ (20%):
- ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) (10%)
- ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ 10%
- ทองคำ (10%):
- ลงทุนในกองทุนรวมทองคำ (10%)
การปรับพอร์ต:
คุณสมศรีจะติดตามผลตอบแทนทุก 6 เดือน และปรับเปลี่ยนพอร์ตเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เช่น เมื่อใกล้เกษียณ จะลดสัดส่วนหุ้น และเพิ่มสัดส่วนพันธบัตร
สรุป:
การกระจายการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนการเงิน การลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินของคุณ
