ในสภาวะตลาดที่ผันผวนและเป็นขาลง การเลือก “ถูกตัว” ยิ่งทวีความสำคัญขึ้นไปอีกครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้นตัวไหนมีพื้นฐานแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานแรงเหวี่ยงของตลาด หรืออย่างน้อยก็ช่วยจำกัด downside ได้? หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการเจาะลึกไปที่ “สุขภาพการเงิน” และ “มูลค่าที่เหมาะสม” ของบริษัทนั่นเอง
ผมได้ลองนำข้อมูลจริงในช่วงตลาดหุ้นไทยที่เป็นแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจนมาวิเคราะห์ให้ดูครับ โดยใช้ข้อมูลจากงบการเงิน ไตรมาส 3 ปี 2567 เพื่อประเมิน “สุขภาพการเงิน” และ “ความถูก/แพง” ก่อนที่งบไตรมาส 4 ปี 2567 จะประกาศ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ SET Index ปรับตัวลงแรงจาก 1452 จุด เหลือเพียง 1203 จุด หรือลดลงไปถึง 17.1% เลยทีเดียว
มาดูกันครับ ว่าการคัดกรองหุ้นด้วยหลักการเหล่านี้ จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันขนาดไหนในช่วงตลาดหมี? และเราจะต่อยอดไอเดียนี้ไปสู่การสร้างโอกาสในตลาดขาลงได้อย่างไร!
🔑 ข้อคิดสำคัญจากการวิเคราะห์งบ Q3/67 ในช่วงตลาดขาลง (ต่อยอดสู่กลยุทธ์):
- ภาพรวมตลาด: SET Index ลงหนัก -17.1% 📉
- หุ้นสุขภาพการเงินไม่ดี (558 ตัว): กำไรแค่ 10.38%, ราคาเฉลี่ย ลง 14.16%
- หุ้นสุขภาพการเงินดี (252 ตัว): กำไร 15.48%, ราคาเฉลี่ย ลง 12.43% (ดีกว่ากลุ่มแรก)
- หุ้นสุขภาพการเงินไม่ดี + แพง (307 ตัว): กำไร แย่สุด เพียง 2.28%, ราคาเฉลี่ย ลงหนักสุด 23.95% 💀 (กลุ่มที่ควรเลี่ยง)
- หุ้นสุขภาพการเงินดี + ราคาถูก (49 ตัว): กำไร สูงสุดในกลุ่มที่คัดกรอง 14.00%, ราคาเฉลี่ย ลงน้อยสุด 11.38% 👍 (กลุ่มที่สะท้อน “ถูกตัว ราคาเหมาะสม”)
- 💡 ไอเดียต่อยอด (กลยุทธ์ Hedging 50% ซื้อหุ้นดีราคาถูก + 50% Short หุ้นแย่ราคาแพง): ผลลัพธ์สุทธิ ‘กำไรเฉลี่ย 12.57%’ ในช่วงที่ตลาดรวมลง -17.1%! 🚀
ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า การทำการบ้าน คัดเลือกหุ้น “ถูกตัว” ที่มีสุขภาพการเงินแข็งแรง และซื้อที่ “ราคาเหมาะสม” เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เราอยู่รอดและสร้างโอกาสได้ในทุกสภาวะตลาดครับ
หวังว่าข้อมูลและแนวคิดนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการลงทุนของทุกท่านนะครับ
นักลงทุนสามารถใช้งานฟังก์ชัน Stock Analysis ใน Trademan เพื่อวิเคราะห์ว่าหุ้นไทย ตัวไหนบ้าง ถูกตัว ถูกเวลา ราคาเหมาะสม และ สถิติที่ได้มาจาก เกณฑ์ ถูกตัว และ ราคาเหมาะสม จาก ฟังก์ชัน Stock Analysis นี้
