ภาพยนตร์เรื่อง “วัยหนุ่ม 2544” ที่เพิ่งเข้าฉายไป ได้รับกระแสตอบรับที่เรียกได้ว่าร้อนแรงมากๆ แล้วผมก็เกิดความสงสัยกับคำว่า “วัยหนุ่ม” ขึ้นมา ว่ามันแตกต่างจากวัยอื่นๆ ยังไง ทำไมต้องเจาะจงไปที่วัยนี้โดยเฉพาะ
“วัยหนุ่ม” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเรือนจำนะครับ เรากำลังจะพูดถึง “ช่วงวัย” หรือช่วงอายุของคนเรา ที่ถูกเรียกว่า “วัยหนุ่ม” เนี่ย ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะอยู่ในช่วงอายุ 18-25 ปี นะครับ
ซึ่งศัพท์ทางจิตวิทยาจะเรียกว่า “ผู้ใหญ่วัยเริ่ม” โดยมีงานเขียนจากปี 2004 (Masten et al.) และ 2005 (Werner) บอกว่า ในวัยนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนๆ นึงมี “จุดเปลี่ยน” และ “โอกาสที่สอง” เข้ามาในชีวิตมากกว่าวัยอื่นๆ ด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ เส้นทางชีวิตจริงๆ ของคนเราจะเริ่มต้นที่ “วัยหนุ่ม” นั่นเอง
โดย “วัยหนุ่ม” จะมีความพิเศษอยู่ 5 อย่าง นั่นก็คือ
1. “การค้นหาตัวตน” จนได้รู้จักตัวเองจริงๆ ในวัยนี้
2. “ความรู้สึกไม่มั่นคง” เพราะเป็นวัยที่จะต้องเริ่มรับผิดชอบตัวเองจริงๆ ครั้งแรก
3. “เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง” พร้อมตัดสินใจและเผชิญกับเรื่องราวมากมายด้วยตัวเองพูดง่ายๆ ก็คือ เริ่มจะไม่อยากฟังใครแล้วนั่นเอง
4. “ความรู้สึกก้ำกึ่ง” ถึงแม้ว่าจะต้องการตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วแต่การที่เป็นผู้ใหญ่ครั้งแรกในชีวิต บางครั้งก็ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าสิ่งที่เลือกทำในแต่ละอย่างนั้น จะได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างที่คิดไว้หรือเปล่า
5. “ทุกอย่างเป็นไปได้” เพราะในวัยนี้ เรามีทั้งพลังงานเหลือล้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่เคยผ่านวิกฤติหนักๆ มา ก็เลยทำให้การมองโลกในแง่ดี เป็นความพิเศษของวัยนี้นั่นเอง
โดยสรุปแล้ว “วัยหนุ่ม” นั้น เป็นวัยที่พร้อมจะเริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง หรือที่เราชอบเรียกกันเล่นๆ ว่า วัยรุ่นสร้างตัว แต่ก็ยังมีความสงสัยในตัวเองไปพร้อมๆ กัน
เพราะฉะนั้น การลงทุนด้วยความพิเศษของวัยหนุ่ม โดยเฉพาะกับการลงทุนในหุ้นนะครับ
Trademan แพลตฟอร์มการลงทุน ในหุ้นสำเร็จรูปนั้นเหมาะมากๆ กับเหล่าวัยหนุ่ม เพราะ Trademan มีฟังก์ชั่นการคำนวณต่างๆ ที่แม่นยำจากสถิติที่หลากหลาย ช่วยให้เหล่าวัยหนุ่มที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน สามารถเลือกตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอฟังคำแนะนำจากเซียนหรือใครทั้งนั้น เราจะเริ่มสร้างเส้นทางชีวิตของตัวเองได้ที่ Trademan ครับ
สำหรับเหล่าวัยหนุ่มที่กล้าได้กล้าเสียเรามีสูตรสแกนใหม่ ชื่อว่า “สายหาหุ้นเทคนิค” ที่เป็นสูตรเน้นการเก็งกำไร จากสัญญาณจากกราฟเทคนิค และ Indicators โดยไม่สนใจปัจจัยพื้นฐานใดๆ เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้สูง แต่ที่สำคัญคือวินัยในการตัดขาดทุนเพราะหุ้นมีโอกาสขาดทุนสูง แม้จะมีโอกาสชนะน้อยแต่ถ้าตัวไหนได้กำไรเยอะก็จะชดเชยส่วนที่ขาดทุนได้
